ผมไม่รู้ตัวจริง ๆ ว่า ไปหลงรักเจ้าสปอร์ตซีดานตัวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ?หรือจะช่วงที่มาส ด้าเปิดตัวมาสด้า 2 ในแบบฉบับเก๋ง 4 ประตู พร้อมทั้งยืนยันว่า จะมีการทดสอบแบบเป็นล่ำเป็นสัน ผมก็ตอบตกลงไปกับเขาทันทีแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ

เพราะเที่ยวนี้ได้สนุกกับการขับอย่างเต็มอิ่ม เส้นทางที่ใช้ทดสอบคุณลองคิดดูครับ…มันเริ่มตั้งแต่กลางเมืองภูเก็ตวิ่ง ออกนอกเมืองมาข้ามทะเลอันดามันบริเวณสะพานสารสิน เฉพาะวิ่งกันบนเกาะก็รู้แล้วว่า…มันแค่ไหน ? ได้เจอโค้งหลายแบบ ถนนก็กว้างพอที่ใช้พื้นที่ได้เต็มแทร็ก
คนที่ชอบขับรถเร็ว ๆ นึกสนุกขึ้นมาแล้วซิท่า
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังให้ขับกันไปจนถึงจังหวัดกระบี่ ระยะทางประมาณ 200 ก.ม. ซึ่งเส้นทางสายนี้บรรดาเซียนทดสอบรถหลายคนฟันธงว่า “เยี่ยม” เพราะแต่ละจุดจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับรถเป็นอย่างดีซ้ำ เที่ยวนี้ทีมผู้จัดเขายังมีช่วงทดสอบพิเศษระยะทางอีก 3.5 ก.ม. ให้ได้ปลดปล่อยกันอย่างเต็มเหนี่ยว ขับเสร็จก็ลงความเห็นกันเลยครับว่า “ซื้อเลย” ส่วนจะเลือกตัวไหน ก็ลองพิจารณาออปชั่นเทียบกับราคาดูครับ
มาสด้า 2 รุ่น 4 ประตู ถือเป็นดาบสองของมาสด้าที่ต้องการถล่มตลาดเก๋งเล็กในสมรภูมิที่ฟัดกันอย่าง ดุเดือดเลือดพล่าน ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า และอีกหลายยี่ห้อก่อนหน้านี้มาสด้าสร้างความฮือฮาด้วย รุ่นแฮตช์แบ็ก 5 ประตู แค่ไม่กี่เดือนเขากวาดยอดขายสูงเกือบ 7,000 คัน ผมว่าไม่ใช่แค่ “เป้ อารักษ์” ขับเลี้ยวหลบกล่องไปมา แล้วดีงเบรกมือจอดรถเท่านั้นที่ทำให้ยอดทะลุทะลวง
แต่น่าจะเป็นเพราะ ทีมมาร์เก็ตติ้งต่างหากสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จริง แถมโปรดักต์ตัวนี้ก็โดดเด่น มันสามารถทำได้ตามที่ “เป้” พรีเซนต์ไว้ซะด้วย ห้องโดยสารมาสด้า 2 ซีดานใหม่ ออกแบบให้เบาะนั่งด้านหลังกว้างขวาง สะดวกสบายเหนือกว่ารถซีดานทั่ว ๆ ไป และสามารถเลือกปรับพับเบาะได้ 60 : 40 เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บสิ่งของขนาดใหญ่

เลือกใช้โทนสีเบจที่ให้ ความรู้สึกหรูหรา โปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด นอกจากนี้ มาสด้า 2 ซีดานใหม่ยังมาพร้อมสมาร์ตคีย์ที่นอกจากจะเท่แล้ว ยังให้ความสะดวกสบายในการเปิด-ปิด และสตาร์ตรถโดยไม่ใช้กุญแจ เครื่องเสียงชุดใหญ่ CD-MP3 6 แผ่น พร้อมช่องเสียบไอพอด ไอโฟน
ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ MZR ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคม 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1500 ซีซี 103 แรงม้าไม่น่าเชื่อว่าเห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้จะให้แรงบิดได้สูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะช่วยให้อัตราเร่งดีเกินตัว มีระบบวาล์วควบคุมการไหลเวียนของไอดี ลื่นอย่าบอกใครเชียว…ตอบสนองการขับขี่ได้ทุกจังหวะความเร็ว
พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า แม่นยำ คุมได้ตามสั่ง แต่ก็ยังน่าเบื่ออยู่นิดซึ่งผมไม่ชอบเอาเสียเลยก็คือ ปุ่มกดแตรซึ่งห่างจากขอบพวงมาลัยเยอะไป เวลากดต้องละมือหนึ่งข้างออกจากพวงมาลัย เสียอรรถรส จริง ๆ แต่ถ้าแลกกับรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 4.9 เมตร ก็พอรับได้
สำหรับราคาค่าตัวก็มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่น ประกอบด้วยเกียร์ธรรมดา 535,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ 564,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ ออปชั่นเยอะหน่อย 615,000 บาท ส่วนรุ่นท็อป 675,000 บาท
ช่วงทดสอบพิเศษ 3.5 ก.ม.ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวต่อเนื่องไปจนถึงจุดชมวิวของจังหวัดกระบี่ทีมงานเข้าถือวิสาสะปิดถนนปล่อยรถ ทีละคัน ผมได้เห็นสมรรถนะสปอร์ตซีดานที่ถ่ายทอดออกมาแบบเกินตัว
เริ่มจากอัตราเร่ง ซึ่งครั้งแรกนึกว่าอืดเป็นเรือเกลือ แต่เอาเข้าจริง ด้วยเทคโนโลยีการลดน้ำหนักซึ่งมาสด้าใช้เป็นจุดขาย ทำให้ผมและเพื่อนจาก “ซีแม็กคาร์” ซึ่งนั่งไปด้วยทะยานขึ้นไปบนทางลาดชันได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เราเริ่มออกตัวด้วยเกียร์ L พอรอบเครื่องยนต์ได้ก็ไล่เปลี่ยนไป S และ D ตามลำดับ


Mazda 2 sedan review…
Mazda 2 รีวิว การใช้รถใหม่ สุดฮอต mazda 2 sedan พบกับการบรรยาย ข้อดีข้อเสีย ของรถคันนี้…