หลังจากที่รอคอยมานาน ก็ถึงเวลาที่มาสด้า จะเปิดตัวเก๋งเล็กอย่างมาสด้า 2 ออกมาเสียที ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังมาก ในฐานะเจ้าของรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก และรางวัลคุณภาพจากทุกมุมโลกอีก 50 รางวัล และยังผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยจากยุโรประดับสูงสุด 5 ดาว
และที่สำคัญ เคาะราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 535,000 บาท จึงเป็นที่สนใจกันอย่างมาก
มาสด้าจัดการทดสอบมาสด้า 2 ที่เชียงใหม่ โดยอาศัยภูมิประเทศที่เป็นภูเขามาทดสอบสมรรถนะของรถยนต์นั่ง 5 ประตู แฮตช์แบ็กคันนี้ รูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบมาให้ดูสะดุดตา ตั้งแต่ดีไซน์ของกระจังหน้า ไฟหน้า กรอบไฟตัดหมอก ไฟท้าย และเส้นสายลายเฉียบรอบคัน เสริมชุดแต่งที่กันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง ที่มาพร้อมช่วงล่าง SPORT SUSPENSION กับล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง พวงมาลัย 3 ก้าน สไตล์สปอร์ต เหมือนกับนำมาสด้า 3 มาย่อส่วน แถมเพิ่มอุปกรณ์หรูหราแบบรถใหญ่มาช่วยสร้างความสะดวกในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นปุ่มควบคุมชุดเครื่องเสียงที่พวงมาลัย เครื่องเล่น CD/MP3 ช่องAUX สำหรับพ่วงต่อ iPod กุญแจรีโมตอัจฉริยะ Smart Keyless Entry เปิด-ปิดรถด้วยระบบอัตโนมัติ ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ Keyless Start System สตาร์ตรถเพียงบิดปุ่ม พร้อม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย
เส้นทางการทดสอบเริ่มออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางไปที่วนอุทยานน้ำตกบัวตองและน้ำพุเจ็ดสี ที่อำเภอแม่แตง มาสด้าให้ความรู้สึกสนุกสนานกับการขับขี่ แม้ต้องเจอแต่เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเนินเขา เครื่องยนต์ MZR ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ (DOCH) 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1500 ซีซี ให้กำลังสูงสุด103 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 135 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ S-VT (Sequential Valve Timing) และระบบวาล์วควบคุมการไหลเวียนของไอดี TSCV (Tumble Swirl Control Value) ตอบสนองการขับขี่ทุกจังหวะความเร็วและแม่นยำ
เครื่องยนต์ตัวนี้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 91 ขึ้นไป หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดติดตั้งค่อนไปที่คอนโซลกลาง จับถนัดมือกว่า ถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ออกมาได้ดี บางครั้งผมโยกเกียร์ลงมาที่โหมด S หรือ Sport พร้อมกดปุ่มโอเวอร์ไดรฟ์ ก็ให้อารมณ์ขับขี่เหมือนเกียร์ทิปทรอนิก
ต้องยอมรับว่า วิศวกรเขาพัฒนา มาสด้า 2 มาให้ขับสนุกในสไตล์ซูม…ซูม…พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า EPAS (Electric Power Assistance Steering) ให้ความแม่นยำดีมากเกินรถขนาดเล็กในระดับเดียวกัน รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.9 เมตร สิ่งที่โดดเด่นมากอีกจุดหนึ่งคือ ช่วงล่างที่ถูกออกแบบให้ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ หนึบแน่น ในทุกสภาพถนน แต่บางคนที่ชอบรถนิ่มๆ อาจติงหน่อยว่า ช่วงล่างแข็งไปนิด ทีมงานของมาสด้าเลยต้องแก้ไขด้วยการลดลมยางออกมาเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คุณภาพช่วงล่างของมาสด้าเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั่วโลกแล้ว
สิ่งหนึ่งที่มาสด้าภูมิใจมากคือการใช้เทคโนโลยีไลต์เวท (Lightweight Technology) ลดน้ำหนักส่วนเกินที่ไม่จำเป็นของรถลง ลดน้ำหนักส่วนเกินลงถึง 100 กิโลกรัม หรือ 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ช่วยให้สมรรถนะของรถดีขึ้น การหยุดรถขณะใช้ความเร็วทำได้แม่นยำขึ้น ที่สำคัญช่วยให้รถประหยัดน้ำมันมากขึ้น ระบบความปลอดภัยรอบคันด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ TRIPLE H ที่ให้ความแข็งแกร่งทนทานสูง โครงรถผลิตจากเหล็กกล้าชนิดพิเศษ มีคุณสมบัติรับและส่งถ่ายแรงกระแทกให้กระจายไปทั่วคัน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารภายใน เสริมด้วยถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า พร้อมระบบเบรก ABS ทั้ง 4 ล้อ และ EBD ช่วยกระจายแรงเบรก ทำให้ระยะเบรกสั้นลง
โดยภาพรวมแล้ว มาสด้า 2 โดดเด่นมากในเรื่องการขับสนุก ปราดเปรียว กว่ารถในระดับเดียวกัน แต่อยากให้แก้ไขในเรื่องเบาะนั่งหลังที่พับได้ แต่ไม่เรียบเท่ากับเบาะอัลตราซีต ของฮอนด้า แจ๊ซ นอกจากนี้ เบาะคู่หน้ายังนั่งแล้วรู้สึกจมๆ และเนื้อผ้าก็บางไปหน่อย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
เครื่องยนต์ตัวนี้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 91 ขึ้นไป หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 และ E20 เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดติดตั้งค่อนไปที่คอนโซลกลาง จับถนัดมือกว่า ถ่ายทอดกำลังของเครื่องยนต์ออกมาได้ดี บางครั้งผมโยกเกียร์ลงมาที่โหมด S หรือ Sport พร้อมกดปุ่มโอเวอร์ไดรฟ์ ก็ให้อารมณ์ขับขี่เหมือนเกียร์ทิปทรอนิก
โดยภาพรวมแล้ว มาสด้า 2 โดดเด่นมากในเรื่องการขับสนุก ปราดเปรียว กว่ารถในระดับเดียวกัน แต่อยากให้แก้ไขในเรื่องเบาะนั่งหลังที่พับได้ แต่ไม่เรียบเท่ากับเบาะอัลตราซีต ของฮอนด้า แจ๊ซ นอกจากนี้ เบาะคู่หน้ายังนั่งแล้วรู้สึกจมๆ และเนื้อผ้าก็บางไปหน่อย

